ประเทศไทยได้รับการปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือเป็นระดับ A-
01 พฤศจิกายน 2562เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 นางแพตริเซีย มงคลวนิช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ แถลงข่าวเรื่อง ประเทศไทยได้รับการปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือเป็นระดับ A- ณ ห้องแถลงข่าวกระทรวงการคลัง โดย ผอ.สบน. เปิดเผยว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 31 ตุลาคม 2562 บริษัท Rating and Investment Information, Inc. (R&I) ซึ่งเป็นบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือรายใหญ่ของญี่ปุ่น ได้ปรับอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Issuer Credit Rating) จากระดับ BBB+ เป็น A- และคงมุมมองความน่าเชื่อถือ (Outlook) ที่ระดับเสถียรภาพ (Stable Outlook) โดย R&I ได้ให้เหตุผลในการปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือว่ามาจากปัจจัยหลัก 4 เรื่อง คือ
1. การดำเนินมาตรการเชิงรุกในการพัฒนาอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงและการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) อีกทั้งมีการดำเนินการในโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง
2. การเกินดุลการค้าและดุลบริการที่เพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้ประเทศไทยมีการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดอย่างต่อเนื่อง และมีระดับเงินสำรองระหว่างประเทศเป็นจำนวนมากเมื่อเทียบกับหนี้ต่างประเทศ
3. การบริหารจัดการด้านการคลังที่มีประสิทธิภาพและมีรูปธรรมชัดเจน ภายใต้พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 โดยมีการกำหนดเพดานหนี้สาธารณะไว้ในกฎหมายอย่างชัดเจน และการมีสัดส่วนหนี้สาธารณะ/ GDP ที่ยังอยู่ในระดับต่ำ
4. ด้านการเมืองของประเทศไทยที่มีเสถียรภาพมากขึ้น จากการที่ประเทศไทยมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการและสามารถดำเนินนโยบายด้านเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง
ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะกล่าวเพิ่มเติมว่า “ในปี 2562 ประเทศไทยได้รับการปรับอันดับความน่าเชื่อถือดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา Moody’s และ Fitch Rating ได้ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือ (Outlook) ให้กับประเทศไทย จากระดับ “เสถียรภาพ (Stable Outlook)” เป็น “เชิงบวก (Positive Outlook)” ซึ่งการได้รับการปรับอันดับความน่าเชื่อถืออย่างต่อเนื่องนี้จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยให้กับนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ อีกทั้งยังจะช่วยให้การระดมทุนจากต่างประเทศของรัฐบาลและเอกชนไทยมีต้นทุนที่ดียิ่งขึ้นอีกด้วย”




