พันธบัตรออมทรัพย์แบบไร้ใบตราสาร (Scripless)*

พันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง ได้รับเงินต้นคืนเต็มจำนวนเมื่อครบกำหนดอายุพันธบัตร และมีผลตอบแทนจากการจ่ายดอกเบี้ยอย่างสม่ำเสมอ จึงเป็นทางเลือกในการออมที่น่าสนใจสำหรับประชาชนและเป็นการสนับสนุนการพัฒนาประเทศของรัฐบาล

      คำถามที่พบบ่อย

      • ทำไมการลงทุนในพันธบัตรรุ่นนี้จึงน่าสนใจ หากเทียบกับการฝากเงินแบบประจำ

        กระทรวงการคลังเป็นผู้ออกพันธบัตร โดยมอบหมายให้ ธปท. เป็นนายทะเบียน การลงทุนในพันธบัตร จึงเป็นการลงทุนที่มั่นคง ไม่มีความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับเงินต้นคืน ได้รับดอกเบี้ยเป็นผลตอบแทนตามระยะเวลากำหนดที่แน่นอน ซึ่งอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรในขณะที่ออกจำหน่ายโดยส่วนใหญ่จะกำหนดให้สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากในขณะนั้น

      • พันธบัตรออมทรัพย์ที่จำหน่ายผ่านวอลเล็ต สบม.

        ผู้ถือกรรมสิทธิ์ไม่ต้องมีภาระในการเก็บรักษาใบพันธบัตร และเมื่อพันธบัตรครบกำหนดไถ่ถอน ธปท. จะจ่ายคืนเงินต้นพันธบัตรโดยโอนเงินเข้าวอลเล็ต สบม. ของผู้ถือกรรมสิทธิ์ 

        พันธบัตรออมทรัพย์ที่จำหน่ายผ่านธนาคารตัวแทนจำหน่าย

        ผู้ถือกรรมสิทธิ์ไม่ต้องมีภาระในการเก็บรักษาใบพันธบัตร และเมื่อพันธบัตรครบกำหนดไถ่ถอน ธปท. จะจ่ายคืนเงินต้นพันธบัตรโดยโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝาก (ยกเว้นบัญชีเงินฝากออมทรัพย์พิเศษและบัญชีเงินฝากประจำ) ของผู้ถือกรรมสิทธิ์หรือ ผู้รับหลักประกันตามตกลง หรือผู้รับตามที่ ธปท. กำหนด โดยอัตโนมัติ ทั้งนี้ให้ผู้ถือกรรมสิทธิ์นำสมุดบัญชีเงินฝากและ Bond Book ไปปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันได้ที่ธนาคารที่ทำรายการซื้อ

      • พันธบัตรออมทรัพย์ที่จำหน่ายผ่านวอลเล็ต สบม.

        ผู้สนใจจะต้องลงทะเบียนผ่านวอลเล็ต สบม. ก่อน จึงจะสามารถซื้อพันธบัตรผ่านวอลเล็ต สบม. ได้ โดยจะได้รับหลักฐานการทำรายการตามรูปแบบที่วอลเล็ตกำหนด

        พันธบัตรออมทรัพย์ที่จำหน่ายผ่านธนาคารตัวแทนจำหน่าย

        ผู้สนใจสามารถเลือกวิธีการซื้อพันธบัตรวิธีใดวิธีหนึ่งได้จาก 2 ช่องทาง ดังนี้

        1. การซื้อผ่านระบบอินเทอร์เน็ต และ Mobile Application ผู้ซื้อจะต้องดำเนินการตามข้อ 2 และลงทะเบียนเพื่อเปิดใช้บริการระบบอินเทอร์เน็ต และ Mobile Application โดยผู้ซื้อจะได้รับความสะดวกในการซื้อและสามารถซื้อได้ตลอด 24 ชั่วโมง

        2. การซื้อผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร ผู้ซื้อจะต้องลงทะเบียนและเปิดบัญชีฝากหลักทรัพย์ที่ธนาคาร (ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย  ธนาคารกสิกรไทย  และธนาคารไทยพาณิชย์) และทำรายการซื้อพันธบัตรได้ตั้งแต่วันที่ 15 – 30 มิถุนายน 2565 หรือจนถึงวันที่จำหน่ายได้ครบวงเงิน

        โดยผู้ซื้อสามารถดาวน์โหลดใบจองซื้อได้ที่เว็บไซต์ของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (http://www.pdmo.go.th/th/bond-channels)ร

      • ไม่ต้องให้ความยินยอม

      • การโอนกรรมสิทธิ์พันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร (Scripless) สามารถกระทำได้ โดยอาจเป็นการโอนให้กับลูกค้ารายใหม่หรือลูกค้าเดิมภายในกลุ่มผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ซื้อผ่านธนาคารเดียวกัน แต่ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ระหว่างธนาคารได้ โดยผู้ถือกรรมสิทธิ์จะต้องนำ Bond Book ไปติดต่อธนาคารที่ได้ฝากพันธบัตรไว้

      • พันธบัตรออมทรัพย์ที่จำหน่ายผ่านวอลเล็ต สบม.

        เมื่อผู้ซื้อชำระเงินผ่านวอลเล็ต สบม. และได้รับหลักฐานการทำรายการตามรูปแบบที่วอลเล็ตกำหนด 

        พันธบัตรออมทรัพย์ที่จำหน่ายผ่านธนาคารตัวแทนจำหน่าย

        เมื่อผู้ซื้อชำระเงินในการซื้อพันธบัตรแล้ว มีหลักฐานเพื่อยืนยันการซื้อ ดังนี้
        (1) กรณีซื้อผ่านระบบอินเทอร์เน็ต และ Mobile Application ผู้ซื้อจะได้รับหลักฐานการทำรายการตามบริการของแต่ละธนาคารกำหนด
        (2) กรณีซื้อผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร ผู้ซื้อจะได้รับเอกสารยืนยันการซื้อพันธบัตร

      • เนื่องจากวันที่ซื้อพันธบัตรต่างกัน ทำให้การนับจำนวนวันเพื่อนำไปคำนวณดอกเบี้ยไม่เท่ากัน โดยมีหลักเกณฑ์การนับวัน ให้นับวันที่ซื้อ ไม่นับวันที่จ่ายดอกเบี้ย เช่น

        - นาย ก. ซื้อพันธบัตรรุ่นอายุ 5 ปี (SBST276B) ชำระด้วยเงินสดจำนวน 500,000 บาท ในวันที่ 15 มิถุนายน 2565 จ่ายดอกเบี้ยงวดแรกวันที่ 15 กันยายน 2565 การนับวันจะนับวันที่ 15 มิถุนายน 2565 จนถึงวันที่ 14 กันยายน 2565 เป็นจำนวน 92 วัน 

        - นาย ข. ซื้อพันธบัตรรุ่นอายุ 5 ปี (SBST276B) ชำระด้วยเงินสดจำนวน 500,000 บาท ในวันที่ 17 มิถุนายน 2565 จ่ายดอกเบี้ยงวดแรกวันที่ 15 กันยายน 2565 การนับวันจะนับวันที่ 17 มิถุนายน 2565 จนถึงวันที่ 14 กันยายน 2565 เป็นจำนวน 90 วัน 

        ทั้งนี้ งวดต่อไปจำนวนวันเพื่อนำไปคำนวณดอกเบี้ยของ นาย ก. และนาย ข. จะเท่ากัน

      • จำหน่ายผ่านวอลเล็ต สบม. 

        ผู้ถือกรรมสิทธิ์สามารถขอคืนภาษีประจำปี ในกรณีที่เงินได้สุทธิของท่านเสียภาษีในอัตราที่ต่ำกว่าร้อยละ 15 โดยไม่จำเป็นต้องใช้หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายในรูปแบบกระดาษเป็นหลักฐาน เนื่องจากกรมสรรพากรได้รับข้อมูลการหักภาษี ณ ที่จ่าย จาก ธปท. ผ่านระบบ e-Withholding Tax ของธนาคาร

        จำหน่ายผ่านธนาคารตัวแทนจำหน่าย

        ผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่เป็นบุคคลธรรมดาสามารถใช้หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย เป็นหลักฐานขอคืนภาษีประจำปีได้ ในกรณีที่เงินได้สุทธิของท่านเสียภาษีในอัตราที่ต่ำกว่าร้อยละ 15 

      • พันธบัตรออมทรัพย์ที่จำหน่ายผ่านธนาคารตัวแทนจำหน่าย

        ในการโอนดอกเบี้ยและเงินต้นเข้าบัญชีเงินฝาก (ยกเว้นบัญชีเงินฝากออมทรัพย์พิเศษและบัญชีเงินฝากประจำ) เจ้าของบัญชีได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอนเงิน

      • พันธบัตรออมทรัพย์ที่จำหน่ายผ่านวอลเล็ต สบม.

        ไม่สามารถกระทำได้ เนื่องจาก ธปท. จะโอนดอกเบี้ยและเงินต้นเข้าวอลเล็ต สบม. ของผู้ถือกรรมสิทธิ์เท่านั้น

        พันธบัตรออมทรัพย์ที่จำหน่ายผ่านธนาคารตัวแทนจำหน่าย

        ไม่สามารถกระทำได้ เนื่องจาก ธปท. จะโอนดอกเบี้ยและเงินต้นเข้าบัญชีเงินฝาก (ยกเว้นบัญชีเงินฝากออมทรัพย์พิเศษและบัญชีเงินฝากประจำ) ของผู้ถือกรรมสิทธิ์เท่านั้น

      • กรณีพันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร (Scripless)

        ติดต่อธนาคารที่ผู้ถือกรรมสิทธิ์ทำรายการซื้อ โดยนำ Bond Book และหลักฐานอื่นที่ต้องใช้ในการอ้างอิงไปด้วย

        กรณีพันธบัตรแบบมีใบตราสาร (Scrip)

        ให้แจ้งโดยตรงที่ ธปท. สำนักงานใหญ่ สำนักงานภาค หรือธนาคาร สำนักงานใหญ่ และสาขาทั่วประเทศ เพื่อส่งต่อให้ ธปท. ดำเนินการต่อไป

      • พันธบัตรออมทรัพย์ที่จำหน่ายผ่านธนาคารตัวแทนจำหน่าย

        ธนาคารสามารถออกหนังสือรับรองยอดพันธบัตร (กรณีไร้ใบตราสาร) ให้ได้ โดยคิดค่าธรรมเนียมการจัดทำหนังสือรับรองยอดพันธบัตร ตามอัตราที่แต่ละธนาคารประกาศกำหนด ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่าง 50 - 200 บาท ต่อฉบับ (สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ธนาคาร) 

      • พันธบัตรออมทรัพย์ที่จำหน่ายผ่านวอลเล็ต สบม.

        ไม่สามารถทำได้ 

        พันธบัตรออมทรัพย์ที่จำหน่ายผ่านธนาคารตัวแทนจำหน่าย

        ทำได้ โดยต้องนำ Bond Book ไปติดต่อธนาคารเพื่อขอออกใบพันธบัตร โดยมีค่าธรรมเนียมในการดำเนินการรวมทั้งสิ้นประมาณ
        290 - 370 บาท ต่อรายการ (แล้วแต่กรณี) ประกอบด้วย 
        1. ค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายให้กับศูนย์รับฝาก 65 บาทต่อรายการ ไม่รวม VAT 
        2. ค่าธรรมเนียมการออกใบพันธบัตรที่ต้องจ่ายให้ ธปท. กรณีบุคคลธรรมดา 20 บาทต่อฉบับ กรณีนิติบุคคล 100 บาทต่อฉบับ ไม่คิด VAT 
        3. ค่าธรรมเนียมการดำเนินธุรกรรมในการถอนพันธบัตรจากระบบ Scripless ที่ต้องจ่ายให้ธนาคาร 200 บาทต่อรายการ รวม VAT 

        ลูกค้าจะได้รับใบพันธบัตรประมาณ 4 – 10 วัน (ยังไม่รวมการจัดส่งใบพันธบัตร) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคาร

      • นาย ก. จะต้องทำการโอนให้นาย ข. ก่อน โดยต้องนำ Bond Book ไปติดต่อที่ธนาคาร และกรอกแบบฟอร์มแจ้งการโอนกรรมสิทธิ์พร้อมเอกสารประกอบ โดยธนาคารไม่คิดค่าธรรมเนียมในการโอนกรรมสิทธิ์ระหว่างลูกค้ารายเดิมภายในกลุ่มผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ซื้อผ่านธนาคารเดียวกัน ทั้งนี้ หากเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ระหว่างลูกค้ารายเดิมให้กับลูกค้ารายใหม่ ธนาคารจะคิดค่าธรรมเนียมในการโอนกรรมสิทธิ์จากลูกค้ารายใหม่ 250 บาท ต่อรายการ รวม VAT แล้วจึงขอออกใบพันธบัตรเป็น นาย ข.

      • ผู้ถือกรรมสิทธิ์ในพันธบัตรไม่มีความเสี่ยงจากการสูญเงินต้น แต่อาจมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนในพันธบัตรอาจเสียโอกาสที่จะลงทุนในทางเลือกอื่น ๆ ที่มีผลตอบแทนสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยที่ได้รับจากพันธบัตร เช่น อัตราดอกเบี้ยเงินฝากในอนาคตสูงขึ้นมากกว่าอัตราดอกเบี้ยพันธบัตร เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ผู้ถือกรรมสิทธิ์ในพันธบัตร จะได้รับดอกเบี้ยคงที่ตามอัตราที่กำหนดไว้บนหน้าพันธบัตร ตลอดอายุพันธบัตร 
              ในกรณีที่นำพันธบัตรไปขายให้กับสถาบันการเงินหรือบุคคลอื่น ก่อนวันครบกำหนดไถ่ถอน มีความเป็นไปได้ที่จะได้รับเงินต้นคืนไม่เท่ากับ 1,000 บาทต่อหน่วยตามที่ตราไว้ โดยราคาที่ได้อาจมากกว่าหรือน้อยกว่าก็ได้ ทั้งนี้ ขึ้นกับอัตราดอกเบี้ยในตลาด ณ ขณะนั้นๆ อย่างไรก็ดี หากผู้ลงทุนถือพันธบัตร จนถึงวันครบกำหนดแล้ว จะได้รับคืนเงินต้นเต็มจำนวนเสมอ
               ท่านสามารถหาความรู้เพิ่มเติมได้ที่ website ต่างๆ ดังนี้
                   https://www.bot.or.th/Thai/DebtSecurities
                   https://www.thaibma.or.th
                   https://www.thaibond.com

      • พันธบัตรออมทรัพย์ที่จำหน่ายผ่านวอลเล็ต สบม. 

        ธปท. จะจ่ายคืนเงินต้นพันธบัตร โดยโอนเงินเข้าวอลเล็ต สบม. ให้แก่ผู้ถือกรรมสิทธิ์ตามรายชื่อที่ได้รับแจ้งจากศูนย์รับฝาก ซึ่งเป็นรายชื่อ ณ สิ้นวันทำการสุดท้ายก่อนวันปิดสมุดทะเบียนเพื่อจ่ายคืนเงินต้นตามที่ ธปท. ประกาศกำหนด

        พันธบัตรออมทรัพย์ที่จำหน่ายผ่านธนาคารตัวแทนจำหน่าย

        ธปท. จะโอนเงินต้นเข้าบัญชีเงินฝากของผู้ถือกรรมสิทธิ์ หรือผู้รับหลักประกันตามที่ตกลงกัน หรือ ผู้รับตามที่ ธปท. กำหนด (ยกเว้นบัญชีเงินฝากออมทรัพย์พิเศษและบัญชีเงินฝากประจำ) ทั้งนี้ เป็นรายชื่อตามที่ได้รับแจ้งจากศูนย์รับฝาก (กรณีไร้ใบตราสาร) และตามรายชื่อทางทะเบียนของ ธปท. (กรณีมีใบตราสาร) ซึ่งเป็นรายชื่อ ณ สิ้นวันทำการสุดท้ายก่อนวันปิดสมุดทะเบียนเพื่อจ่ายคืนเงินต้นตามที่ ธปท. ประกาศกำหนด

        กรณีพันธบัตรแบบมีใบตราสาร ผู้ถือกรรมสิทธิ์ไม่ต้องนำใบตราสารมาเวนคืน เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็นหรือมีข้อสงสัย ธปท. อาจขอเวนคืนใบตราสารเพื่อตรวจสอบก็ได้ อาทิเช่น การใช้พันธบัตรเป็นหลักประกัน

        เอกสารไถ่ถอน กรณี ธปท. ขอเวนคืนใบตราสาร
        (1) คำขอรับคืนเงินต้นพันธบัตร ที่ผู้ถือกรรมสิทธิ์ได้กรอกข้อมูลและลงลายมือชื่อตามตัวอย่างที่ให้ไว้กับ ธปท.
        (2) พันธบัตรฉบับจริงทุกฉบับ ที่ครบกำหนดไถ่ถอน
        (3) สำเนาหน้าแรกสมุดบัญชีเงินฝากของผู้ถือกรรมสิทธิ์ (ยกเว้นบัญชีเงินฝากออมทรัพย์พิเศษและบัญชีเงินฝากประจำ) ที่รับรองสำเนาถูกต้อง
        (4) กรณีบุคคลธรรมดา 
        - ยื่นด้วยตนเอง แสดงบัตรประจำตัวประชาชน
        - ไม่มายื่นด้วยตนเองหรือส่งทางไปรษณีย์ แนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่รับรองสำเนาถูกต้อง
        กรณีนิติบุคคล  แนบ
        - สำเนาเอกสารแสดงความเป็นนิติบุคคล เช่น หนังสือรับรองจากกระทรวงพาณิชย์ออกไว้ไม่เกิน 1 เดือน ใบอนุญาตจัดตั้ง และรายงานการประชุมประจำปีครั้งล่าสุดของสมาคม มูลนิธิ ฯลฯ ที่รับรองสำเนาถูกต้องโดยผู้มีอำนาจลงนาม  และ
        - สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีอำนาจลงนาม ที่รับรองสำเนาถูกต้อง
        กรณีเป็นพันธบัตรของผู้เยาว์  การลงลายมือชื่อในคำขอรับคืนเงินต้นพันธบัตร ให้ดำเนินการดังนี้
        •ผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์ ให้ผู้ปกครองหรือผู้แทนโดยชอบธรรมลงลายมือชื่อ
        •ผู้เยาว์อายุครบ 15 ปีบริบูรณ์ แต่ไม่ถึง 20 ปีบริบูรณ์ ให้ผู้เยาว์และผู้ปกครองหรือผู้แทนโดยชอบธรรมลงลายมือชื่อร่วมกัน
        •ผู้เยาว์อายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ อนุโลมไม่ต้องแจ้งบรรลุนิติภาวะก่อนไถ่ถอน และในคำขอรับคืนเงินต้น พันธบัตรให้ระบุบัญชีรับเงินต้นเป็นชื่อผู้เยาว์เท่านั้น โดยผู้เยาว์และผู้ปกครองหรือผู้แทนโดยชอบธรรมลงลายมือชื่อร่วมกัน
        หมายเหตุ
         - ยื่นด้วยตนเอง ให้แสดงบัตรประจำตัวประชาชนผู้ปกครองหรือผู้แทนโดยชอบธรรม และสูติบัตรหรือทะเบียนบ้านหรือบัตรประจำตัวประชาชนผู้เยาว์ แล้วแต่กรณี
         - ไม่มายื่นด้วยตนเองหรือส่งทางไปรษณีย์ แนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้ปกครองหรือผู้แทนโดยชอบธรรม และสำเนาสูติบัตรหรือทะเบียนบ้านหรือบัตรประจำตัวประชาชนผู้เยาว์ แล้วแต่กรณี ที่รับรองสำเนาถูกต้อง
         - ผู้ปกครองหรือผู้แทนโดยชอบธรรม ต้องเป็นผู้ที่มีชื่ออยู่ในพันธบัตร

        กรณีเป็นพันธบัตรของผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ถึงแก่กรรม ให้ผู้จัดการมรดกยื่นเอกสารไถ่ถอนแทน พร้อมคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดกและหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด

         

      • กรณีพันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร (Scripless) ผู้จัดการมรดกติดต่อยื่นขอจัดการมรดกที่ธนาคารตัวแทนจำหน่าย

        กรณีพันธบัตรแบบมีใบตราสาร (Scrip) ผู้จัดการมรดกติดต่อ ธปท. โดยยื่นคำร้องขอจัดการมรดกของผู้ถึงแก่กรรม ตามระเบียบที่ ธปท. กำหนด

         

      สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะมีการใช้งานคุกกี้ (cookies) เพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ ท่านสามารถเลือกที่จะยินยอมหรือไม่ยินยอมได้  ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล