พันธบัตรออมทรัพย์แบบไร้ใบตราสาร (Scripless)*

พันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง ได้รับเงินต้นคืนเต็มจำนวนเมื่อครบกำหนดอายุพันธบัตร และมีผลตอบแทนจากการจ่ายดอกเบี้ยอย่างสม่ำเสมอ จึงเป็นทางเลือกในการออมที่น่าสนใจสำหรับประชาชนและเป็นการสนับสนุนการพัฒนาประเทศของรัฐบาล

      พันธบัตรออมทรัพย์รุ่นออมเพิ่มสุข (รอบพิเศษ) ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

      • อายุพันธบัตร

        รุ่นอายุ 5 ปี รุ่นอายุ 10 ปี 

      • อัตราดอกเบี้ย (ร้อยละ)

        พันธบัตรออมทรัพย์ที่จำหน่าย

        รุ่นอายุ 5 ปี (บุคคลธรรมดา) อัตราดอกเบี้ยแบบขั้นบันได
        เฉลี่ยร้อยละ 2.90 ต่อปี

        รุ่นอายุ 10 ปี (บุคคลธรรมดา) อัตราดอกเบี้ยแบบขั้นบันได
        เฉลี่ยร้อยละ 3.60 ต่อปี

        รุ่นอายุ 10 ปี (นิติบุคคล) อัตราดอกเบี้ยแบบขั้นบันได
        เฉลี่ยร้อยละ 3.30 ต่อปี

        (สามารถศึกษารายละเอียดได้ในรู้ก่อนซื้อและหนังสือชี้ชวน)

      • วงเงินจำหน่ายรวม

        21,000 ล้านบาท 

        (สามารถศึกษารายละเอียดได้ในรู้ก่อนซื้อและหนังสือชี้ชวน)

      • วันที่จำหน่ายทั่วไป

        รุ่นอายุ 5 ปี (SBST276B) และรุ่นอายุ 10 ปี (SBST326B) จองซื้อระหว่างวันที่ 22 - 24 สิงหาคม 2565 

        รุ่นอายุ 10 ปี (SBST326C) จัดจำหน่ายระหว่างวันที่ 29 - 30 สิงหาคม 2565  

        (สามารถศึกษารายละเอียดได้ในรู้ก่อนซื้อและหนังสือชี้ชวน)

      • ผู้มีสิทธิ์ซื้อในตลาดแรก

        บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย หรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย และนิติบุคคลที่ไม่แสวงหากำไร

        ผู้ที่ได้รับจัดสรรพันธบัตรออมทรัพย์รุ่นออมเพิ่มสุขของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 (SBST276B SBST326B และ SBST326C) ในรอบจำหน่ายเดือนมิถุนายน 2565 เป็นผู้ไม่มีสิทธิซื้อ 

        (สามารถศึกษารายละเอียดได้ในรู้ก่อนซื้อและหนังสือชี้ชวน)

      • วงเงินซื้อ ข้ันต่ำ-ขั้นสูง

          วงเงินจองซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท จำกัดวงเงินจองซื้อขั้นสูงกลุ่มที่ 1  (ระหว่างวันที่ 22 - 24 สิงหาคม 2565) ไม่เกิน 2 ล้านบาท/ราย 
        สำหรับกลุ่มที่ 2 ไม่จำกัดจำนวนครั้งที่เข้าซื้อต่อราย 

         (สามารถศึกษารายละเอียดได้ในรู้ก่อนซื้อและหนังสือชี้ชวน)

      • วันที่ครบกำหนดไถ่ถอน

        บุคคลธรรมดา
        รุ่นอายุ 5 ปี 
        15 มิถุนายน 2570

        รุ่นอายุ 10 ปี 
        15 มิถุนายน 2575 

        นิติบุคคล
        รุ่นอายุ 10 ปี 
        20 มิถุนายน 2575

        (สามารถศึกษารายละเอียดได้ในรู้ก่อนซื้อและหนังสือชี้ชวน)

      • วันที่จ่ายดอกเบี้ย

        (บุคคลธรรมดา) จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน ในวันที่ 15 ของเดือนมีนาคม มิถุนายน กันยายน และธันวาคม  ของทุกปีจนกว่าพันธบัตรจะครบกำหนดไถ่ถอน / 

        (นิติบุคคล) จ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน ในวันที่ 20 ของเดือนมิถุนายน และธันวาคม  ของทุกปีจนกว่าพันธบัตรจะครบกำหนดไถ่ถอน 

        (สามารถศึกษารายละเอียดได้ในรู้ก่อนซื้อและหนังสือชี้ชวน)

      • วิธีจัดจำหน่าย

        จองซื้อผ่านระบบอินเทอร์เน็ต Mobile Application และเคาน์เตอร์ของธนาคารตัวแทนจำหน่ายทั้ง 4 แห่ง

      • การชำระเงิน

        ชำระเงินผ่านระบบอินเทอร์เน็ต เคาน์เตอร์ธนาคาร

      • การเปลี่ยนแปลงชื่อ ที่อยู่ บัญชีรับดอกเบี้ย/เงินต้น และการทำธุรกรรมเกี่ยวกับพันธบัตร

        ติดต่อธนาคารตัวแทนจำหน่าย ที่ทำรายการซื้อ

      • การเสียภาษี

          ธนาคารแห่งประเทศไทยจะหักภาษี ณ ที่จ่ายทุกครั้งที่มีการจ่ายดอกเบี้ยตามอัตราที่ประกาศในประมวลรัษฎากร (บุคคลธรรมดาจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 15% ของดอกเบี้ยที่ได้รับ) ผู้ซื้อจะได้รับหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายทางไปรษณีย์ และทางอินเทอร์เน็ต กรณีที่สมัครใช้บริการข้อมูลพันธบัตรทางอินเทอร์เน็ตแล้ว (www.bot.or.th หัวข้อพันธบัตรและตราสารหนี้)

         

      • การจ่ายคืนเงินต้นเมื่อครบกำหนดไถ่ถอน

        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะโอนเงินต้นเข้าบัญชีเงินฝากของผู้ถือกรรมสิทธิ์ (ยกเว้นบัญชีเงินฝากออมทรัพย์พิเศษและบัญชีเงินฝากประจำ) ในวันที่ครบกำหนดไถ่ถอน หากวันครบกำหนดไถ่ถอนตรงกับวันหยุดธนาคารแห่งประเทศไทยให้เลื่อนวันครบกำหนดไถ่ถอนเป็นวันทำการถัดไปกรณีเปลี่ยนเป็นพันธบัตรแบบมีใบตราสาร (Scrip) ธนาคารแห่งประเทศไทยจะโอนเงินต้นเข้าบัญชี โดยไม่ต้องนำใบตราสารมาเวนคืน เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็นหรือมีข้อสงสัย ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอเวนคืนใบตราสารเพื่อตรวจสอบก็ได้

      ค่าธรรมเนียมต่างๆ จากการทำธุรกรรม ภายหลังการซื้อพันธบัตร ของผู้ถือกรรมสิทธิ์

      ประเภทธุรกรรม บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ฯ
      (ต่อรายการไม่รวม VAT)
      ธนาคารแห่งประเทศไทย (ไม่คิด VAT) ธนาคารตัวแทนจำหน่าย
      (ต่อรายการ รวม VAT)

      กรณีไร้ใบตราสาร (Scripless)

      (1) การถอนพันธบัตรจากระบบ Scripless เพื่อขอออกใบพันธบัตร 

      65 บาท

      บุคคลธรรมดา 20 บาท/ฉบับ

      นิติบุคคล 100 บาท/ฉบับ

      200 บาท

      (2) การฝากพันธบัตรเข้าระบบ Scripless (ภายหลังการถอนแล้วต้องการนาฝากใหม่)

      10 บาท

      10 บาท/รายการ

      - กรณีลูกค้าเดิมของธนาคาร คิด 200 บาท

      - กรณีเป็นลูกค้ารายใหม่ของธนาคาร คิด 250 บาท

      (3) การขายพันธบัตรก่อนวันครบกำหนดไถ่ถอน

      -

      -

      ไม่คิดค่าธรรมเนียม

      (4) การโอนกรรมสิทธิ์

      -

      -

      - กรณีโอนระหว่างลูกค้าเดิมที่ซื้อผ่านธนาคารเดียวกัน ไม่คิดค่าธรรมเนียม

      - กรณีลูกค้าเดิมโอนให้กับลูกค้ารายใหม่ คิดค่าธรรมเนียมการโอนจากลูกค้าใหม่ 250 บาท

      (5) การขอแก้ไขชื่อที่จดทะเบียนกรรมสิทธิ์ในพันธบัตร ที่อยู่ บัญชีรับดอกเบี้ยและเงินต้น

      -

      -

      ไม่คิดค่าธรรมเนียม

      (6) การขอออกสมุดพันธบัตรฯ (Bond Book) ใหม่ (ยกเว้น กรณีสมุดเต็ม)

      -

      -

      คิดค่าธรรมเนียมการออกสมุดพันธบัตรฯ (Bond Book) ใหม่ ตามอัตราที่ธนาคารประกาศ (เล่มละ 50 - 100 บาท)

      (7) การขอหนังสือรับรองยอดพันธบัตร

      -

      -

      คิดค่าธรรมเนียมการจัดทาหนังสือรับรองยอดพันธบัตร ตามอัตราที่ธนาคารประกาศ (ฉบับละ 50 - 200 บาท)

      (8) การขออายัดพันธบัตร

      -

      -

      ไม่คิดค่าธรรมเนียม

      (9) การขอแก้ไขบัญชีรับค่าเงินต้น/ดอกเบี้ยพันธบัตร กรณีเข้าบัญชีไม่ได้

      100 บาท (ไม่คิด VAT)

      ไม่คิดค่าธรรมเนียม

      ไม่คิดค่าธรรมเนียม

      กรณีมีใบตราสาร (Scrip)

      การทาธุรกรรม : โอน ใช้เป็นหลักประกัน ถอนหลักประกัน ขอแยก ยุบหน่วยพันธบัตร ขอออกพันธบัตรใหม่หรือแทนพันธบัตรชารุด สูญหาย ขอเปลี่ยนชื่อ ชื่อสกุล ขอหนังสือรับรองยอดพันธบัตร

      -

      บุคคลธรรมดา 20 บาท/ฉบับ

      นิติบุคคล 100 บาท/ฉบับ

      -

      สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะมีการใช้งานคุกกี้ (cookies) เพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ ท่านสามารถเลือกที่จะยินยอมหรือไม่ยินยอมได้  ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล