พันธบัตรออมทรัพย์แบบไร้ใบตราสาร (Scripless)*

พันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง ได้รับเงินต้นคืนเต็มจำนวนเมื่อครบกำหนดอายุพันธบัตร และมีผลตอบแทนจากการจ่ายดอกเบี้ยอย่างสม่ำเสมอ จึงเป็นทางเลือกในการออมที่น่าสนใจสำหรับประชาชนและเป็นการสนับสนุนการพัฒนาประเทศของรัฐบาล

      พันธบัตรออมทรัพย์ รุ่นสุขใจให้ออมบนวอลเล็ต สบม. และรุ่นสุขใจให้ออม ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566

      • อายุพันธบัตร

        รุ่นอายุ 3 ปี รุ่นอายุ 7 ปี 

      • อัตราดอกเบี้ย (ร้อยละ)

        จำหน่ายบนวอลเล็ต สบม.

        รุ่นอายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่
        ร้อยละ 2.30 ต่อปี

        รุ่นอายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่
        เฉลี่ยร้อยละ 3.00 ต่อปี

        พันธบัตรออมทรัพย์ที่จำหน่าย

        รุ่นอายุ 3 ปี (บุคคลธรรมดา) อัตราดอกเบี้ยคงที่
        ร้อยละ 2.30 ต่อปี

        รุ่นอายุ 7 ปี (บุคคลธรรมดา) อัตราดอกเบี้ยคงที่
        เฉลี่ยร้อยละ 3.00 ต่อปี

        รุ่นอายุ 10 ปี (นิติบุคคล) อัตราดอกเบี้ยคงที่
        เฉลี่ยร้อยละ 2.90 ต่อปี

        (สามารถศึกษารายละเอียดได้ในรู้ก่อนซื้อและหนังสือชี้ชวน)

      • วงเงินจำหน่ายรวม

        จำหน่ายบนวอลเล็ต สบม.

        15,000 ล้านบาท 
        (สามารถศึกษารายละเอียดได้ในรู้ก่อนซื้อและหนังสือชี้ชวน)

        จำหน่ายผ่านธนาคารตัวแทนจำหน่าย

        45,000 ล้านบาท 
        (สามารถศึกษารายละเอียดได้ในรู้ก่อนซื้อและหนังสือชี้ชวน)

      • วันที่จำหน่ายทั่วไป

        จำหน่ายบนวอลเล็ต สบม.

        รุ่นอายุ 3 ปี (SB25DA) และรุ่นอายุ 7 ปี (SB29DA) จัดจำหน่ายระหว่างวันที่ 7 - 20 ธันวาคม 2565

         

        จำหน่ายผ่านธนาคารตัวแทนจำหน่าย

        รุ่นอายุ 3 ปี (SB25DB) และรุ่นอายุ 7 ปี (SB29DB) จองซื้อระหว่างวันที่ 13 - 14 ธันวาคม 2565 

        รุ่นอายุ 10 ปี (SB32DA) จัดจำหน่ายระหว่างวันที่ 19 - 20 ธันวาคม 2565  

        (สามารถศึกษารายละเอียดได้ในรู้ก่อนซื้อและหนังสือชี้ชวน)

      • ผู้มีสิทธิ์ซื้อในตลาดแรก

        จำหน่ายบนวอลเล็ต สบม.

        บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป (ผู้ที่มีอายุไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ จะต้องได้รับการยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมก่อนการซื้อพันธบัตร ณ สาขาธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน))

        จำหน่ายผ่านธนาคารตัวแทนจำหน่าย

        บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย หรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย และนิติบุคคลที่ไม่แสวงหากำไร

        (สามารถศึกษารายละเอียดได้ในรู้ก่อนซื้อและหนังสือชี้ชวน)

      • วงเงินซื้อ ข้ันต่ำ-ขั้นสูง

        จำหน่ายบนวอลเล็ต สบม.

        วงเงินซื้อขั้นต่ำ 100 บาท วงเงินซื้อขั้นสูงไม่เกิน 20,000,000 บาท

        จำหน่ายผ่านธนาคารตัวแทนจำหน่าย

        กลุ่มที่ 1 วงเงินจองซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท และไม่จำกัดวงเงินซื้อขั้นสูง

        กลุ่มที่ 2 ไม่จำกัดวงเงินซื้อขั้นสูงและจำนวนครั้งที่เข้าซื้อต่อราย 

         (สามารถศึกษารายละเอียดได้ในรู้ก่อนซื้อและหนังสือชี้ชวน)

      • วันที่ครบกำหนดไถ่ถอน

        จำหน่ายบนวอลเล็ต สบม.
        - พันธบัตรรุ่นอายุ 3 ปี (SB25DA) ครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่ 7 ธันวาคม 2568
        - พันธบัตรรุ่นอายุ 7 ปี (SB29DA) ครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่ 7 ธันวาคม 2572

        จำหน่ายผ่านธนาคารตัวแทนจำหน่าย
        - พันธบัตรรุ่นอายุ 3 ปี  (SB25DB) ครบกำหนดไถ่ถอนวันที่ 15 ธันวาคม 2568
        - พันธบัตรรุ่นอายุ 7 ปี  (SB29DB) ครบกำหนดไถ่ถอนวันที่ 15 ธันวาคม 2572
        - พันธบัตรรุ่นอายุ 10 ปี (SB32DA) ครบกำหนดไถ่ถอนวันที่ 19 ธันวาคม 2575

        (สามารถศึกษารายละเอียดได้ในรู้ก่อนซื้อและหนังสือชี้ชวน)

      • วันที่จ่ายดอกเบี้ย

        จำหน่ายบนวอลเล็ต สบม.

        จ่าายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน ในวันที่ 7 ของเดือนมีนาคม มิถุนายน กันยายน และธันวาคม ของทุกปีจนกว่าพันธบัตรจะครบกำหนดไถ่ถอน 

        จำหน่ายผ่านธนาคารตัวแทนจำหน่าย

        (บุคคลธรรมดา) จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน ในวันที่ 15 ของเดือนมีนาคม มิถุนายน กันยายน และธันวาคม ของทุกปีจนกว่าพันธบัตรจะครบกำหนดไถ่ถอน / 

        (นิติบุคคล) จ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน ในวันที่ 20 ของเดือนมิถุนายน และธันวาคม ของทุกปีจนกว่าพันธบัตรจะครบกำหนดไถ่ถอน 

        (สามารถศึกษารายละเอียดได้ในรู้ก่อนซื้อและหนังสือชี้ชวน)

      • วิธีจัดจำหน่าย

        จำหน่ายบนวอลเล็ต สบม.

        จำหน่ายผ่านวอลเล็ตสะสมบอนด์มั่งคั่ง (วอลเล็ต สบม.) ในแอปพลิเคชันเป๋าตัง 

        จำหน่ายผ่านธนาคารตัวแทนจำหน่าย

        จองซื้อผ่านระบบอินเทอร์เน็ต Mobile Application และเคาน์เตอร์ของธนาคารตัวแทนจำหน่ายทั้ง 4 แห่ง

      • การชำระเงิน

        จำหน่ายบนวอลเล็ต สบม.

        ชำระเงินผ่านวอลเล็ต สบม. และได้รับหลักฐานการทำรายการตามรูปแบบที่วอลเล็ต สบม. กำหนด 

         

        จำหน่ายผ่านธนาคารตัวแทนจำหน่าย

        ชำระเงินผ่านระบบอินเทอร์เน็ต เคาน์เตอร์ธนาคาร

      • การเปลี่ยนแปลงชื่อ ที่อยู่ บัญชีรับดอกเบี้ย/เงินต้น และการทำธุรกรรมเกี่ยวกับพันธบัตร

        ติดต่อธนาคารตัวแทนจำหน่าย ที่ทำรายการซื้อ

      • การเสียภาษี

        จำหน่ายบนวอลเล็ต สบม.

        •ธนาคารแห่งประเทศไทยจะหักภาษี ณ ที่จ่ายทุกครั้งที่มีการจ่ายดอกเบี้ยตามอัตราที่ประกาศในประมวลรัษฎากรโดยธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้นำส่งข้อมูลภาษีให้กรมสรรพากรด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Withholding Tax)(บุคคลธรรมดาจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 15% ของดอกเบี้ยที่ได้รับ)

        •ผู้ซื้อสามารถดูและดาวน์โหลดข้อมูลภาษีหัก ณ ที่จ่ายผ่าน วอลเล็ต สบม.

        •ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร ฉบับที่ 20 ยกเว้นให้ผู้จ่ายเงินได้ไม่ต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50 ทวิ ของประมวลรัษฎากร

        จำหน่ายผ่านธนาคารตัวแทนจำหน่าย

        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะหักภาษี ณ ที่จ่ายทุกครั้งที่มีการจ่ายดอกเบี้ยตามอัตราที่ประกาศในประมวลรัษฎากร (บุคคลธรรมดาจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 15% ของดอกเบี้ยที่ได้รับ) ผู้ซื้อจะได้รับหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายทางไปรษณีย์ และทางอินเทอร์เน็ต กรณีที่สมัครใช้บริการข้อมูลพันธบัตรทางอินเทอร์เน็ตแล้ว (www.bot.or.th หัวข้อพันธบัตรและตราสารหนี้)

         

      • การจ่ายคืนเงินต้นเมื่อครบกำหนดไถ่ถอน

        ธนาคารแห่งประเทศไทยจะโอนเงินต้นเข้าบัญชีเงินฝากของผู้ถือกรรมสิทธิ์ (ยกเว้นบัญชีเงินฝากออมทรัพย์พิเศษและบัญชีเงินฝากประจำ) ในวันที่ครบกำหนดไถ่ถอน หากวันครบกำหนดไถ่ถอนตรงกับวันหยุดธนาคารแห่งประเทศไทยให้เลื่อนวันครบกำหนดไถ่ถอนเป็นวันทำการถัดไปกรณีเปลี่ยนเป็นพันธบัตรแบบมีใบตราสาร (Scrip) ธนาคารแห่งประเทศไทยจะโอนเงินต้นเข้าบัญชี โดยไม่ต้องนำใบตราสารมาเวนคืน เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็นหรือมีข้อสงสัย ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขอเวนคืนใบตราสารเพื่อตรวจสอบก็ได้

      ค่าธรรมเนียมต่างๆ จากการทำธุรกรรม ภายหลังการซื้อพันธบัตร ของผู้ถือกรรมสิทธิ์

      ประเภทธุรกรรม บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ฯ
      (ต่อรายการไม่รวม VAT)
      ธนาคารแห่งประเทศไทย (ไม่คิด VAT) ธนาคารตัวแทนจำหน่าย
      (ต่อรายการ รวม VAT)

      กรณีไร้ใบตราสาร (Scripless)

      (1) การถอนพันธบัตรจากระบบ Scripless เพื่อขอออกใบพันธบัตร 

      65 บาท

      บุคคลธรรมดา 20 บาท/ฉบับ

      นิติบุคคล 100 บาท/ฉบับ

      200 บาท

      (2) การฝากพันธบัตรเข้าระบบ Scripless (ภายหลังการถอนแล้วต้องการนาฝากใหม่)

      10 บาท

      10 บาท/รายการ

      - กรณีลูกค้าเดิมของธนาคาร คิด 200 บาท

      - กรณีเป็นลูกค้ารายใหม่ของธนาคาร คิด 250 บาท

      (3) การขายพันธบัตรก่อนวันครบกำหนดไถ่ถอน

      -

      -

      ไม่คิดค่าธรรมเนียม

      (4) การโอนกรรมสิทธิ์

      -

      -

      - กรณีโอนระหว่างลูกค้าเดิมที่ซื้อผ่านธนาคารเดียวกัน ไม่คิดค่าธรรมเนียม

      - กรณีลูกค้าเดิมโอนให้กับลูกค้ารายใหม่ คิดค่าธรรมเนียมการโอนจากลูกค้าใหม่ 250 บาท

      (5) การขอแก้ไขชื่อที่จดทะเบียนกรรมสิทธิ์ในพันธบัตร ที่อยู่ บัญชีรับดอกเบี้ยและเงินต้น

      -

      -

      ไม่คิดค่าธรรมเนียม

      (6) การขอออกสมุดพันธบัตรฯ (Bond Book) ใหม่ (ยกเว้น กรณีสมุดเต็ม)

      -

      -

      คิดค่าธรรมเนียมการออกสมุดพันธบัตรฯ (Bond Book) ใหม่ ตามอัตราที่ธนาคารประกาศ (เล่มละ 50 - 100 บาท)

      (7) การขอหนังสือรับรองยอดพันธบัตร

      -

      -

      คิดค่าธรรมเนียมการจัดทาหนังสือรับรองยอดพันธบัตร ตามอัตราที่ธนาคารประกาศ (ฉบับละ 50 - 200 บาท)

      (8) การขออายัดพันธบัตร

      -

      -

      ไม่คิดค่าธรรมเนียม

      (9) การขอแก้ไขข้อมูลผู้ถือหลักทรัพย์หลังปิดสมุดทะเบียน 

      ·กรณีแก้ไขผ่านระบบงานศูนย์รับฝาก  ไม่คิดค่าธรรมเนียม

      ·กรณีแก้ไขไม่ผ่านระบบงานศูนย์รับฝาก  100 บาท (ไม่คิด VAT)

       

      ไม่คิดค่าธรรมเนียม

      ไม่คิดค่าธรรมเนียม

      กรณีมีใบตราสาร (Scrip)

      การทาธุรกรรม : โอน ใช้เป็นหลักประกัน ถอนหลักประกัน ขอแยก ยุบหน่วยพันธบัตร ขอออกพันธบัตรใหม่หรือแทนพันธบัตรชารุด สูญหาย ขอเปลี่ยนชื่อ ชื่อสกุล ขอหนังสือรับรองยอดพันธบัตร

      -

      บุคคลธรรมดา 20 บาท/ฉบับ

      นิติบุคคล 100 บาท/ฉบับ

      -

      สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะมีการใช้งานคุกกี้ (cookies) เพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ ท่านสามารถเลือกที่จะยินยอมหรือไม่ยินยอมได้  ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล